การตรวจอุจจาระ

สิ่งส่งตรวจทางปาราสิต ส่วนใหญ่เป็นการตรวจหาพยาธิในอุจจาระ แต่มีพยาธิบางชนิดที่จะพบในตัวอย่างอื่นๆ เช่น เสมหะ เลือด สิ่งคัดหลั่ง หรือเนื้อเยื่อ เป็นต้น

การเก็บตัวอย่างอุจจาระ มีความสำคัญ เพราะจะส่งผลกระทบต่อการตรวจวิเคราะห์ทางปาราสิตวิทยา เพราะอาจทำให้เชื้อปาราสิตบางระยะสูญหายไปได้ การเก็บอุจจาระที่สำคัญ ประกอบด้วย

  1. ภาชนะ ที่นิยมคือ ถ้วยกระดาษเคลือบพลาสติกสำหรับใส่ไอสกรีม ขนาดกลาง (เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 - 2 นิ้ว) และมีฝาปิดค่อนข้างมิดชิด
  2. ปริประมาณ ต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป อาจประมาณเท่าผลมะนาว
  3. การติดฉลาก เป็นสิ่งจำเป็นและละเลยไม่ได้ สิ่งจำเป็นที่ระบุในฉลากได้แก่ ชื่อ-สกุล และอายุ ถ้าลงเวลาที่เก็บจะช่วยให้ผู้ตรวจทราบความเร่งด่วนในการตรวจ สำหรับสถานที่ เป็นหน้าที่ของผู้รับตัวอย่างต้องระบุ เพื่อให้สามารถส่งผลกลับถูกต้องได้
  4. ข้อแนะนำที่ต้องแจ้งให้คนไข้ทราบควรทราบคือ
  5. การส่งอุจจาระหลักการเก็บ ควรส่งภายใน 1 ชั่วโมงหลังการถ่ายอุจจาระ ถ้าไม่สามารถส่งตรวจทันเวลาได้ ควรเก็บในตู้เย็นที่ 3-5 oC และส่งภายใน 1-2 วัน แต่ถ้านานกว่านั้น ให้ขอน้ำยาคงสภาพ คือ 10% Formalin โดยใส่ให้ท่วมอุจจาระประมาณ 2 เท่า คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน ปิดภาชนะแล้วนำส่งภายหลัง การใช้น้ำยาคงสภาพจะทำให้ตรวจพบเฉพาะไข่ ตัวอ่อนของพยาธิ และโปรโตซัวระยะ Cyst เท่านั้น

การตรวจอุจจาระจะแบ่งออกเป็น

การตรวจด้วยตาเปล่า

  1. สี (color) สีของอุจจาระบอกโรคได้หลายอย่าง สีดำแสดงถึงมีเลือดออกจากส่วนบนของทางเดินอาหาร แต่อาจจะเนื่องจากอาหารหรือยาที่รับประทานไปก็ได้ สีเทาแสดงถึงมีการอุดตันของท่อน้ำดี ทำให้น้ำดีไม่สามารถเข้ามาสู่ทางเดินอาหารได้
  2. ลักษณะความอ่อน แข็งของอุจจาระ แบ่งออกเป็นดังนี้

  3. ลักษณะเนื้อของอุจจาระ โดยทั่วไปจะมีลักษณะละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน และมีกากอาหารไม่มาก อาจมีเส้นๆของไฟเปอร์ที่มาจากผักที่รับประทาน อาจมีมูกลักษณะเป็นเมือก (mucus) ที่แสดงถึงการหลุดลอกของผนังเซลล์ลำไส้ อาจพบสิ่งผิดปกติอื่นๆ เช่น มูกเลือด หนอง ปล้องสุกของพยาธิตืด ตัวแก่พยาธิไส้เดือนและพยาธิเข็มหมุด เป็นต้น

การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

เป็นการตรวจหาไข่พยาธิ larva หรือตัวแก่ Cysts หรือ Trophozoites ของ protozoa เซลล์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และผลึก (Charcot-Leyden crystals) การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ มีหลายรูปแบบคือ

  1. วิธีการตรวจอย่างง่าย (Direct fecal smear) ใช้อุจจาระประมาณ 1-2 มิลลิกรัม ต่อ 1 สไลด์ ควรตรวจ 2-3 สไลด์ต่อ 1 ตัวอย่าง เหมาะสำหรับตรวจหาตัวอ่อนของพยาธิโปรโตซัวระยะเคลื่อนไหวและระยะซีสต์
  2. Kato's thick smear เป็นวิธีของ Kato และ Miura ใช้อุจจาระ 20-30 เท่าของวิธีตรวจธรรมดาโดยใช้แผ่นเซลโลเฟนปิดแทน cover glass เป็นวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน สะดวก รวดเร็วและค่อนข้างประหยัด ประสิทธิภาพดีใช้ได้กับพยาธิทุกชนิดยกเว้นตัวอ่อนของพยาธิและโปรโตซัว
  3. วิธีตรวจโดยการทำให้เข้มข้น (Concentration technique) เป็นการแยกไข่พยาธิให้มารวมตัวกันมากๆ แล้วตกตะกอน ในขณะที่กากอุจจาระและเศษอาหารขนาดใหญ่จะถูกกรองออกด้วยผ้ากอซหรือตะแกรงลวด เศษอาหารขนาดเล็กจะถูกย่อย ถ้าเบาจะลอยขึ้นข้างบน ถ้าหนักจะตกตะกอนลงข้างล่างรวมกับไข่พยาธิและซีสต์ของโปรโตซัว
  4. การตรวจนับไข่พยาธิ เป็นการตรวจเพื่อประเมินความรุนแรงของโรคว่ามีพยาธิมากน้อยเพียงใดในร่างกาย สามารถใช้ได้กับพยาธิลำไส้หลายชนิด และพยาธิของอวัยวะอื่นที่มีไข่ออกมากับอุจจาระ วิธีที่นิยม คือ Kato-Katz หลักการของวิธีนี้ คือ กากอุจจาระขนาดใหญ่จะถูกกรองออกด้วยตะแกรง น้ำยากลีเซอร์ลีนจะช่วยย่อยส่วนที่เหลือทำให้ใส และสีมาลาไคท์กรีนจะทำหน้าที่ตัดแสงทำให้ตรวจง่าย
  5. การย้อมสีถาวร เป็นการตรวจเพื่อช่วยวินิจฉัยชนิดของพยาธิ ซึ่งบางครั้งอาจเห็นลักษณะได้ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะ trophozoite และพยาธิบางตัวมีขนาดเล็กมากซึ่งวิธีตรวจข้างต้นอาจตรวจไม่พบ สีที่ใช้ย้อมประกอบด้วย Trichrome Stain, Iron-hematoxylin Stain, Modified Kinyoun's Acid-fast Stain, Chromotrope 2R Stain for Microsporidia, Other Methods (Fluorescent, Enzyme Immunoassay).

การควบคุมคุณภาพ

  1. น้ำยาที่ใช้ตรวจ ก่อนใช้ให้ตรวจการปนเปื้อนจากเชื้อแบคทีเรีย / เชื้อรา หรือมีการตกตะกอน ถ้าพบให้เตรียมใหม่
  2. น้ำยา working (Lugol) ต้องมีสีชาเข้ม ถ้าสีอ่อนให้ทิ้ง การติดสี cyst ของโปรโตซัวถ้าอุจจาระมีเม็ดเลือดขาว cytoplasm จะดิคสีเหลืองเข้ม นิวเคลียสจะติดสีน้ำตาล
  3. วิธีตรวจโดยการทำให้เข้มข้น ควรทดสอบกับตัวอย่างที่ให้ผลพบพยาธิจากวิธีตรวจอย่างง่าย อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง หรือเมื่อมีปรับมาตรฐานเครื่องปั่นเหวียง